HardMenu
Office Online
กลับหน้าหลักเลือกรายวิชา
E-mail หรือจดหมายอิเล๊กทรอนิกส์ เป็นการรับ-ส่งจดหมายซึ่งกันและกัน มีความสะดวกและรวดเร็วในการรับ-ส่ง ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันและกันมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
การใช้งาน E-mail
การทีเราจะสามารถใช้งาน E-mail ได้นั้น เราจะต้องทำการสมัคร mail ก่อน ซึ่งสามารถเข้าไปสมัครได้ในเว็บไซต์ที่ให้บริการฟรี mail ต่างๆทั่วไป เช่น hotmail, thaimail, chaiyomail, yahoomail เป็นต้น ซึ่งการสมัครนั้นก็แค่ เข้าไปยังส่วน สมัครสมาชิก (สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยสมัคร) แล้วกรอกรายละเอียดต่างๆให้เรียบร้อยแล้วส่งสมัครไป ถ้าเกิดปัญหาขึ้น เช่น สมัครไม่ได้ ทางเว็บจะบอกให้รู้ ส่วนมากจะเป็นการกรอกข้อมูลไม่ครบ หรือ ชื่อผู้ใช้,รหัสผ่าน ซ้ำหรือมีผู้ใช้แล้ว เราก็ทำการแก้ไขตามที่ทางเว็บเมล์นั้นๆ แจ้งให้ทราบ เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย
ส่วนการเข้าใช้งาน เมื่อเราทำการสมัครเมล์นั้นๆเรียบร้อยแล้ว เราก็เพียงแค่ ใส่ User และ Pass ของเราเพื่อทำการ Login เข้าใช้งานเท่านั้นเอง
การรับ-ส่ง E-mail
การ รับ-ส่ง E-mail นั้น เราต้องทำการ Login เข้าไปในระบบก่อน โดยการเข้าไปยังเว็บเมล์ที่เราสมัครสมาชิกแล้วทำการใส่ User และ Pass ที่เราทำการสมัครไว้ เพื่อเข้าไปใช้งาน
เมื่อมีจดหมายเข้ามาก็จะปรากฏจดหมาใหม่ขึ้นมา เพื่อให้เราเข้าไปเปิดอ่านดู และเราสามารถจัดเก็บจดหมายหรือทำการจัดระเบียบของจดหมายของเราได้ด้วย
ส่วนการส่งจดหมายนั้นทำได้โดยการเลือก New หรือส่วนเขียนจดหมาย แล้วใส่รายละเอียดต่างลงในแต่ละส่วน ซึ่งหลักๆ มีดังนี้
- To:  ใส่ Email address ของผู้รับ
- From:ใส่ Email address ของผู้ส่ง
- Subject: ชื่อเรื่องจดหมาย ไม่จำเป็นต้องใส่ แต่แนะนำว่าควรใส่เพื่อให้สื่อให้รู้ว่าเนื้อหาจดหมายจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร
- CC:ย่อมาจาก Carbon copy ใช้ในกรณีที่ต้องการสำเนาจดหมายให้บุคคลอื่น ๆ ทราบเรื่อ
- BCc:ย่อมาจาก Blind carbon copy เป็นการสำเนาจดหมายเหมือน CC แต่ผู้รับในช่อง Toจะไม่เห็นว่าเราสำเนาจดให้ใครบ้าง
- Attachments:ใส่ชื่อ File ที่ต้องการส่งแนบไปพร้อมข้อความ
- Body:พิมพ์ข้อความจดหมาย
- Signature:ข้อความสั้น ๆ จำนวน 3-4 บรรทัด เพื่อระบุข้อมูลส่วนตัวของผู้ส่ง
ความรู้ในเรื่องของ E-mail
Email ย่อมาจาก Electronic Mail  คือการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีประวัติการเริ่มต้นใช้งานตั้งแต่ประมาณปี 1973 ในโครงการ  ARPANET  (Advanced Research Projects Agency Network) ประเทศสหรัฐอเมริกา  เป็นโครงการก่อตั้งเพื่อการศูนย์บัญชาการสื่อสารข้อมูลในกิจการทหารยามสงคราม
ปัจจุบันนี้ Email ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอย่างแพร่หลายทั่วโลก  การใช้ Email ดังกล่าว มีทั้งผู้ใช้จากองค์กรต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัย,  บริษัท และฟรีอีเมล์ เช่น Yahoo, Hotmail เป็นต้น รูปแบบการให้บริการ  Email ทั้งในส่วนองค์กรและฟรีอีเมล์ส่วนใหญ่จะทำงานในลักษณะ Web based คือการรับส่ง Email ผ่านทาง Web browser เช่น Internet Explorer หรือ Netscape Navigator แต่ทั้งนี้บริการ Email บางแห่งอาจสามารถใช้งานผ่าน POP3 หรือ IMAP  ได้ซึ่งจะอธิบายหลักการต่อไป
ความรู้โดยทั่วไปเกี่ยวกับ Email
การทำงานของระบบ Email องค์ประกอบใหญ่อย่างเห็นได้ชัด จะประกอบด้วย 2 ส่วนดังนี้
1. Mail Server เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมทำหน้าที่ให้บริการรับ/ส่ง Email เปรียบได้กับที่ทำการไปรษณีย์ โปรแกรมที่นิยมทำหน้าที่เป็น Mail Server ในปัจจุบันได้แก่ Sendmail,  Qmail,
2. Mail Client เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมทำหน้าเขียน/อ่าน Email เปรียบได้กับกระดาษและปากกา ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นถึงรูปแบบ Email ที่บริการมี 3 รูปแบบคือ  โปรแกรม PINE,  โปรแกรม Email Client และ http://webmail.kmitl.ac.th ทั้ง 3 อย่างนี้ล้วนทำหน้าที่เป็น Mail Client ทั้งสิ้น  มีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งยังคงเข้าใจผิดคิดว่า หลังจากการพิมพ์ข้อมูล Email แล้ว เมื่อกดปุ่ม Send โปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่จะเป็นผู้ส่งไปยังผู้รับเองโดยตรง  ซึ่งความเป็นจริง  เมื่อกดปุ่ม Send แล้ว Mail Client จะส่งต่อให้ Mail Server เพื่อทำหน้าที่ส่งต่อไปยังMail Server ของผู้รับปลายทาง
เพื่อให้สามารถเข้าใจการทำงานอย่างง่าย Email มีรูปแบบการทำงานใกล้เคียงกับการรับส่งไปรษณีย์ธรรมดาที่เราคุ้นเคย สามารถแยกส่วนและเปรียบเทียบกับระบบไปรษณีย์ให้ดูได้ดังน

รายการ

จดหมายธรรมดา

ระบบ Email

เขียนจดหมาย

เขียนใส่กระดาษ

พิมพ์ลงบน Mail client program เช่น Pine, MS Outlooks  หรือ http://webmail.kmitl.ac.th

จ่าหน้าซอง

เขียนชื่อ-สกุล ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์

พิมพ์ Email address เช่น

billgates@hotmail.com

ค่าใช้จ่ายการส่ง

ปิดแสตมป์

ค่าบริการอินเตอร์เน็ต

ส่ง

นำไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์

PINE =  พิมพ์ Ctrl-X

MS Outlooks = click Send

Webmail = click Send

ส่ง

บุรุษไปรษณีย์นำกลับไปยังที่ทำการไปรษณีย์

Mail Client ใช้โปรโตคอล SMTP ติดต่อกับ Mail Server แล้วทำการส่งข้อมูล  Email ดังกล่าวให้กับ Mail Server

ส่ง

ที่ทำการไปรษณีย์คัดแยกจดหมายแล้วส่งต่อไปจนถึงที่ทำการไปรษณีย์หลายทาง

Mail Server ติดต่อกับ Mail Server ปลายทางด้วยโปรโตคอล SMTP แล้วส่ง Email ดังกล่าวให้กับ Mail Server ปลายทาง

รับ

บุรุษไปรษณีย์นำจดหมายจากที่ทำการไปรษณีย์  จ่ายแก่ผู้รับตามที่อยู่

ผู้รับ Email เข้านั่งหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์  เรียกใช้โปรแกรม Mail Client,  ป้อน user name, password โปรแกรม Mail Client ทำการติดต่อกับ Mail Server เพื่อขอ Email ด้วยโปรโตคอลดังนี้

MSOutlooks=POP3หรือ IMAP

Webmail = POP3หรือ IMAP

Pine=POP3หรือ IMAP แต่หาก

Pine ทำงานบนเครื่องด้วยกัน Mail server โปรแกรม pine จะอ่าน Email จาก file ที่เป็น Inbox โดยตรง

อ่าน

อ่านจากจดหมาย

อ่านจากคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม Mail Client

องค์ประกอบภายใน Email
Mail client ทุกตัวชนิดจะมีรายการภายใน Email  ตามแบบมาตรฐาน  RFC 822  ที่ถูกเสนอโดย David H. Crocker เมื่อปี 1982  โดยกำหนดชื่อหัวข้อว่า STANDARD FOR THE FORMAT OF ARPA INTERNET TEXT MESSAGES  โดยรายการหลัก ๆ มีดังนี้

*  To:  ใส่ Email address ของผู้รับ

*  From:ใส่ Email address ของผู้ส่ง

*  Subject: ชื่อเรื่องจดหมาย ไม่จำเป็นต้องใส่ แต่แนะนำว่าควรใส่เพื่อให้สื่อให้รู้ว่าเนื้อหาจดหมายจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

*   CC:ย่อมาจาก Carbon copy ใช้ในกรณีที่ต้องการสำเนาจดหมายให้บุคคลอื่น ๆ ทราบเรื่อง

*   BCc:ย่อมาจาก Blind carbon copy เป็นการสำเนาจดหมายเหมือน CC แต่ผู้รับในช่อง Toจะไม่เห็นว่าเราสำเนาจดให้ใครบ้าง

*   Attachments:ใส่ชื่อ File ที่ต้องการส่งแนบไปพร้อมข้อความ  

*   Body:พิมพ์ข้อความจดหมาย    

*  Signature:ข้อความสั้น ๆ จำนวน 3-4 บรรทัด เพื่อระบุข้อมูลส่วนตัวของผู้ส่ง

Email address
Email address เปรียบได้กับ ชื่อที่อยู่ ของแต่ละคน แต่ละ Email จะเป็นหนึ่งเดียวไม่มีการซ้ำเลยทั่วโลก  Email address ประกอบด้วยสองส่วนแยกด้วยสัญลักษณ์ @ (“at”) และต้องไม่มีช่องว่าง เช่น
      admin  @   dmail.dru.ac.th
ชื่อผู้ใช้งาน@ชื่อโดเมนหรือชื่อเครื่อง
user Account@Domain name or Computer Name
DownMenu